ในอดีตปัญหาการทับซ้อนกันของที่ดิน ด้วยถือกฎหมายและแผนที่คนละฉบับ กลายเป็นข้อพิพาทเรื่องสิทธิการครอบครองในที่ดินที่ยืดเยื้อ ยาวนาน สร้างความเดือดร้อน และเกิดเหลื่อมล้ำในสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
โครงการ “One Map” หรือ การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 จึงเกิดขึ้นตามนโยบายของภาครัฐ ที่ต้องการปรับปรุงแนวเขตที่ดินที่ประกาศตามกฎหมายให้ได้แนวเขตที่ชัดเจนตรงตามสภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่ความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ลดปัญหาการทับซ้อน และข้อพิพาทเรื่องที่ดิน
แต่การจะได้มาซึ่ง “แผนที่” ที่มีความเป็นเอกภาพ ถูกต้อง แม่นยำ นอกจากการบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน ซึ่งข้อมูลหรือแผนที่ ที่จะนำมารวมกันจำเป็นต้องผ่านการปรับแก้ให้มีมาตรฐานเดียวกัน เช่น ภาพถ่ายที่ใช้ต้องการทำภาพออร์โธ (Orthophoto ) ที่มีการปรับแก้ทางเรขาคณิต เพื่อขจัดความบิดเบี้ยวที่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ แล้ว การสร้างแผนที่สิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้ ก็คือ “แผนที่ฐาน หรือ Base Map” ที่ครอบคลุม และถูกต้อง
โดยแผนที่ฐาน หรือ Base Map หมายถึงแผนที่ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นฐานในการแสดงข้อมูลทางภูมิศาสตร์ โดยจะแสดงรายละเอียดพื้นฐานของพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ขอบเขตการปกครอง (จังหวัด/อำเภอ) เส้นทางคมนาคม (ถนน/ทางหลวง) แม่น้ำ ภูเขา พื้นที่น้ำ เมือง หรือองค์ประกอบทางกายภาพอื่น ๆ ที่สำคัญ
“ ดร.ภานุ เศรษฐเสถียร ” หัวหน้าฝ่ายภูมิสารสนเทศพื้นฐาน แผนที่และความมั่นคง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA อธิบายถึง แผนที่ฐานหรือ Base Map ว่า เป็นการวาง Frame หรือกรอบโครงสร้างคร่าว ๆ ณ พื้นที่นั้น ๆโดยเป็นเสมือนผืนผ้าใบเริ่มต้น ซึ่งแสดงผลเป็นพื้นหลังของชั้นข้อมูล โดยมีข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง ก่อนที่จะรวมเอาชั้นข้อมูล อื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเติม เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำความเข้าใจ ตีความ หรือวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ในเชิงพื้นที่
ทั้งนี้แผนที่ฐานนั้นมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน และการแสดงผลข้อมูล เช่น แผนที่ฐานทางภูมิประเทศ แผนที่ฐานระดับความสูง แผนที่ฐานแบบผสม รวมถึงแผนที่ฐานภาพถ่ายดาวเทียม ที่มีข้อมูลที่ทันสมัยจากดาวเทียมจำนวนมากที่โคจรอยู่รอบโลก ให้มุมมองทางอากาศที่กว้างไกล ทำให้ผู้ใช้งานมองเห็นถึงสภาพพื้นที่จริง
ปัจจุบัน GISTDA ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านภาพถ่ายดาวเทียมมากว่า 20ปี ได้มีการจัดทำชุดข้อมูลแผนที่ฐานจากภาพถ่ายจากดาวเทียมที่ถูกต้องได้มาตรฐาน โดยมีทั้งที่ระดับความละเอียด 2 เมตร ซึ่งจัดทำมาตั้งแต่ปี 2560 มีการอัพเดททุกปี และในระดับ 50 เซนติเมตรที่กำลังดำเนินการในปี 2568 นี้
ชุดข้อมูลแผนที่ฐานดังกล่าวเป็นภาพออร์โธที่ปรับแก้แล้ว ทำให้มีถูกต้อง แม่นยำ และมีความน่าเชื่อถือสูง ตามมาตราฐาน American Society for Photogrammetry and Remote Sensing หรือ ASPRS สามารถนำไปใช้ในการระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (Geo Location) หรือซ้อนทับกับแผนที่ที่ได้มาตรฐาน เพื่อบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น การถือครองที่ดิน การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ สำรวจประชากร การเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลง รวมถึงนำไปต่อยอดพัฒนาในโครงการต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา GISTDA ได้ใช้แผนที่ฐานดังกล่าว ในสร้างแอพพลิเคชั่นหรือแพลตฟอร์มในการให้บริการ อย่างเช่น Dragonfly แพลตฟอร์มดิจิทัลทางการเกษตรเชิงพื้นที่ระดับรายแปลง ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถวาดแปลงของตนเองลงในแผนที่ดิจิทัลได้ ทำให้สามารถติดตาม เฝ้าระวัง คาดการณ์ และวางแผนบริหารจัดการแปลงเพาะปลูกของตัวเองได้อย่างครบวงจร
สำหรับผู้สนใจ ต้องการใช้บริการแผนที่ฐานจากภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA สามารถติดต่อได้ที่สำนักงาน ฯ โดยดูรายละเอียดได้ที่ www.gistda.or.th และเร็ว ๆ นี้ บริการด้านแผนที่ต่าง ๆ จะไปอยู่รวมกันที่ “GISTDA Sphere” แพลตฟอร์มเปิดด้านภูมิสารสนเทศครบวงจรของคนไทย
ข้อมูลโดย : สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์กรมหาชน) : GISTDA (11/06/2568)