ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าเมื่อ “ช้างป่า” จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย ได้เสียชีวิตลงในระหว่างการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งการเคลื่อนย้ายดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ชาวบ้าน จ.ขอนแก่น ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากฝูงช้างป่าที่ลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตร ประกอบกับความหวาดกลัวต่ออันตรายจากการเผชิญหน้าระหว่าง “คน” กับ “ช้างป่า” ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่เลวร้ายลงจนนำไปสู่ความสูญเสียในพื้นที่
ปัจจัยหลักที่ทำให้ช้างป่าเข้ามาบุกรุกในพื้นที่การทำเกษตรของชาวบ้าน เกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ที่ลดลง ส่งผลให้แหล่งอาหารของช้างมีไม่เพียงพอต่อจำนวนของช้างป่า อีกทั้งปฎิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันคนได้เข้าไปมีส่วนในการทำลายทรัพยากรป่าไม้มากขึ้น ไม่ว่าจะเกิดจากการหาของป่า ล่าสัตว์ รวมถึงการเข้าไปบุกรุกปรับปรุงพื้นที่เพื่อทำการเกษตร ซึ่งทำให้สัตว์ป่าไม่สามารถหาแหล่งอาหารได้เพียงพอ ทำให้ปัจจุบันจึงมีเหตุการณ์การปะทะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ระหว่างคนกับช้างป่า รวมถึงสัตว์ป่าอื่น ๆ ที่เคลื่อนย้ายลงมาในพื้นที่ชุมชน และพื้นที่ทำการเกษตรที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ป่าไม้อยู่เรื่อยๆ ทำให้เกิดคำถามจากสังคมว่า มนุษย์เรากำลังเบียดเบียนธรรมชาติที่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า รวมถึงใช้ประโยชน์จากป่าไม้มากเกินไปหรือไม่ หรือเพราะเหตุใดในป่าถึงมีอาหารไม่เพียงพอต่อสัตว์ป่าทำให้ต้องเข้ามาบุกรุกพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน จนเกิดอันตรายนำไปสู่ความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย และเราจะมีแนวทางอย่างไรในการอนุรักษ์ รวมถึงให้มนุษย์ สัตว์ป่า และธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
ปัจจุบัน GISTDA ได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่มีชื่อว่า “LANDX” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ ลักษณะทางกายภาพและข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดิน ภายในแพลตฟอร์มประกอบด้วย 3 ฟีเจอร์หลัก ได้แก่
ฟีเจอร์ที่ 1 Land Monitoring ใช้สำหรับติดตามการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน บริเวณพื้นที่ทำการเกษตร จำแนกพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่เขตอยู่อาศัย โดยสามารถตรวจสอบการบุกรุกเข้าไปในเขตพื้นที่ป่าได้จากภาพถ่ายดาวเทียม บนแพลตฟอร์มสามารถตรวจสอบพื้นที่ย้อนหลังได้ 40 ปี และสามารถดูข้อมูลได้ด้วยวิธีการเปรียบเทียบในพื้นที่บริเวณต่างๆ รวมไปถึงแสดงพื้นที่น้ำท่วม และจุดความร้อนรายเดือนทั่วประเทศ
ฟีเจอร์ที่ 2 EUDR ใช้สำหรับการระบุตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ (Geo Location) เพื่อเป็นการตรวจสอบพื้นที่ย้อนหลัง และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนส่งออกสินค้าสำหรับสินค้าควบคุม 7 ชนิดของสหภาพยุโรปว่า ผลผลิตเหล่านี้ไม่ได้มาจากพื้นที่ที่มีการตัดไม้ทำลายป่าหรือทำให้ป่าเสื่อมโทรมลง รวมถึงพื้นที่เพาะปลูกไม่ทับซ้อนกับพื้นที่ป่าไม้หรือพื้นที่เขตป่าคุ้มครองตามกฎหมาย
ฟีเจอร์ที่ 3 National Land ใช้สำหรับการติดตามการเปลี่ยนแปลงของการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่จัดสรรตามแนวทางโดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยทั้ง 3 ฟีเจอร์ได้มีการพัฒนาขึ้นเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลง และการวางแผนสำหรับการใช้ประโยชน์ รวมถึงการพัฒนาที่ดินในพื้นที่นั้นๆ ให้มีความเหมาะสม
แพลตฟอร์ม “LANDX” หรือ “Land Explorer” ถูกพัฒนาขึ้นเป็นช่องทางที่จะทำให้หน่วยงานทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดาวเทียมได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสร้างหลักฐานยืนยันการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยน์ที่ดิน รวมถึงการทำเกษตรโดยปราศจากการบุกรุกพื้นที่ป่าตามกฎระเบียบ EUDR เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ทำให้ทุกคนสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงผ่านหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้จากภาพถ่ายจากดาวเทียมได้อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลโดย : สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์กรมหาชน) : GISTDA (05/03/2569)